วิธีการเลือกซื้อรถเข็นเด็ก

1 .เลือกจากประเภทการใช้งานให้เหมาะสมกับอายุ น้ำหนัก และสรีระของเด็กค่ะ โดยหากเป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 เดือน ควรจะเลือกรถเข็นที่สามารถปรับเอนได้ถึง 170 องศา เนื่องจากเด็กวัยนี้มีคอและหลังที่ยังไม่แข็งแรง ทำให้ไม่สามารถนั่งหลังตรงๆ ได้ จึงต้องมีการปรับที่นั่งรถเข็นให้สามารถเอนราบได้มาก อีกทั้งรถเข็นที่เอนราบได้มากๆ นั้นยังสามารถใช้ให้เด็กนอนพักในรถเข็นแบบดังกล่าวได้ และหากเด็กอายุเกิน 6 เดือนไปแล้ว คุณแม่สามารถเลือกรถเข็นที่ไม่ต้องเอนราบมากได้แล้ว เช่น รถเข็นก้านร่ม ซึ่งรถเข็นก้านร่มนี้จะมีน้ำหนักเบา เหมาะกับการพกไปเดินทางไกลได้

2. วัสดุโครงสร้างของรถเข็นต้องแข็งแรงและไม่ติดไฟง่าย และต้องเป็นชนิด  NON-Toxic เพื่อเป็นการป้องกันสารปนเปื้อนให้กับลูกน้อย นอกจากนี้เบาะที่สัมผัสของตัวน้อยควรทำจากวัสดุที่นุ่มสบายเพื่อให้เด็กนั่ง ได้นาน อีกทั้งยังต้องมีคุณสมบัติในการระบายความร้อนที่ดี เนื่องจากอากาศที่เมืองไทยค่อนข้างร้อนและระบบปรับอุณหภูมิในเด็กเล็กนั้น ยังทำงานได้ไม่ดีนักทำให้เด็กจะร้อนและเหงื่อออกได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ อีกทั้งยังควรเลือกรถเข็นแบบที่เบาะสามารถถอดซักได้ เนื่องจากในบางครั้งอาจมีอุจจาระ ปัสสาวะ หรืออาเจียนที่อาจจะทำให้เปื้อนเบาะรถเข็นเด็ก

3. ควรมีน้ำหนักเบา และควรพับเก็บได้จนมีขนาดเล็ก หากเป็นไปได้ควรเลือกแบบที่สามารถกางและพับเก็บได้ด้วยมือเดียว เนื่องจากบางครั้งคุณแม่อาจต้องเดินทางเพียงลำพังกับลูกน้อย

4.ล้อ ต้องเป็นล้อที่สามารถหมุนได้สะดวกและแข็งแรง เพราะจะทำให้การเคลื่อนตัวของรถเข็นคล่องตัวขึ้นแม้ว่าคุณแม่จะต้องเข็นรถใน ที่แคบ และต้องสามารถล็อคล้อได้

5. โครงสร้างของผลิตภัณฑ์ต้องออกแบบมาเพื่อรักษาให้ขาและข้อต่อสะโพกอยู่ในรูป ทรงตามธรรมชาติโดยประคองขาและข้อต่อสะโพกในอยู่ในรูปทรงตัว M ซึ่งเป็นท่าที่จะทำให้ขาและสะโพกของลูกน้อยมั่นคงที่สุดรวมทั้งจะส่งเสริม การเจริญเติบโตของกระดูกทั้งสองส่วนให้เป็นไปตามธรรมชาติที่ดีที่สุด

6. มีหลังคาที่สามารถปกป้องลูกน้อยจากแสงแดดและรังสียูวีเพราะผิวหนังของเด็ก นั้นยังบอบบาง นอกจากนี้ที่บังแดดยังช่วยบังลมให้ลูกน้อยได้อีกด้วย

7. โครงสร้างของรถเข็นต้องออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบการหายใจในกรณีที่เด็กอาจจะ เผลอหลับบนรถเข็น โดยมีเบาะที่จะทำให้ศีรษะเด็กไม่เคลื่อนที่และป้องกันการบิดของลำคอจึงช่วย ป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับเนื่องจากทางเดินหายใจอุดกั้น

8. หากคุณใช้รถเข็นสำหรับเด็กอ่อนควรจะเลือกประเภทที่สามารถปรับก้านเข็นได้สอง ทิศทาง เนื่องจากเด็กเล็กต้องการความเอาใจใส่จากแม่เป็นพิเศษ เมื่อน้องออกไปข้างนอกเขาต้องการจะมองเห็นคุณแม่เพื่อความอุ่นใจ แต่ถ้าเป็นเด็กโตแล้ว เด็กจะให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัวซึ่งในวัยนี้คุณแม่อาจจะปรับที่นั่งรถเข็น ให้มองออกไปข้างนอกได้ค่ะ

9. สายรัดหรือระบบล็อก ไม่ควรจะให้เด็กสามารถดึงหลุดได้ง่ายๆ ในขณะเดียวกันก็ไม่รัดแน่นจนเกินไป ทำให้เด็กอึดอัดและต่อต้านได้ ระบบที่ดีสุด คือมี 5 จุด ได้แก่ ล็อกเอว ระหว่างขาและไหล่ นอกจากนั้นตัวล็อกควรง่ายต่อผู้ใหญ่ในการปลด

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS