วิธีการเลือกซื้อคาร์ซีท

ตัวอย่างการนั่งคาร์ซีท

1. ควรเลือกคาร์ซีทที่มีขนาดพอดีกับน้ำหนักตัว และส่วนสูงของลูก เพื่อให้ลูกนั่งสบาย และเพื่อที่สายรัดจะได้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องไม่รัดคอลูกให้อึดอัด หรือถูกดึงรั้งตอนเกิดอุบัติเหตุ และไม่หลวมเกินไป จนเด็กหลุดออกจากคาร์ซีทไปกับกระแทกกับส่วนต่างๆ ของรถ หรือหลุดออกนอกตัวรถ

2. คาร์ซีทมาตรฐานมีอยู่ 3 แบบ คือ

  • Rear-Facing Infant Seats and Convertible Seats คือ คาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปด้านหลังรถ และแบบปรับเอนไปกับที่นั่ง เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 12 เดือน และเด็กที่น้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กก. คาร์ซีทชนิดนี้จะปกป้องหัวของเด็ก ลำคอ และกระดูกสันหลังได้ดีที่สุด
  • Forward-facing child seats คือ คาร์ซีทแบบที่นั่งหันไปทางหน้ารถ เหมาะกับเด็กที่มีอายุมากกว่า 1 ขวบและมีน้ำหนักตัวเกิน 9 กก.
  • Booster seats คือ คาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลัง ซึ่งเหมาะกับเด็กที่มีน้ำหนักตัว 15- 18 กิโลกรัม และ Booster seat แบบไม่มีพนักพิงด้านหลัง ซึ่งจะเหมาะกับเด็กที่มีน้ำหนักตัว 22 – 25 ก.ก.และสามารถนั่งตัวตรงได้แล้ว ซึ่งก็คือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป

3. เมื่อดูที่ประเภทของคาร์ซีทกันแล้ว ก็ต้องดูที่ประเภทของสายรัดกันด้วยค่ะ เพราะสายรัดที่จะรัดตัวเด็กให้ติดกับคาร์ซีทนั้น มีหลายแบบตามความเหมาะสมค่ะ ซึ่งเราต้องเลือกให้ถูกด้วย โดยสายรัดจะแบ่งเป็นแบบต่างๆ ดังนี้ค่ะ

  • สายรัดแบบรัด 3 จุด จะมีสายรัด 3 เส้น ให้รัดตรงบ่า 2 ทั้งสองข้างของเด็ก แล้วยาวลงมาเชื่อมล็อคใกล้ๆ ด้านล่างของที่นั่ง
  • สายรัดแบบ 5 จุด จะมีสายรัด 5 เส้น แบ่งเป็น 2 เส้นที่บ่า อีก 2 เส้นที่สะโพก และอีกเส้นที่ เป้ากางเกง ซึ่งเหมาะกับเด็กทารกที่มีน้ำหนักไม่เกิน 9 ก.ก.
  • แบบ Overhead shield จะมีคานขนาดใหญ่พอสมควร ติดอยู่ด้านหน้าของเบาะ เพื่อกันไม่ให้เด็กกระเด็นหลุดออกจากคาร์ซีท แล้วไปกระแทก หรือเหวี่ยงไปโดนส่วนต่างๆ ของรถ
  • แบบ T- Shield จะมีเป็นคานรูปสามเหลี่ยมอยู่ติดกับสายรัดช่วงบ่าย

 

ขอบคุณที่มาจาก : © 2009 Rakluke Group. All Rights Reserved.